หลวงพระบาง.... เมืองเล็กๆ น่ารัก ตอนนี้มันดูเจริญมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก มีการก่อสร้างตึกรามเพิ่มเติม ก็ได้แต่หวังว่าคำว่า "เมืองมรดกโลก" ที่ค้ำคอไว้ จะช่วยให้เมืองนี้ไม่แปรเปลี่ยนไปเจริญในทางวัตถุยิ่งกว่านี้ สารพันร้านรวง บาร์เหล้า ร้านอาหาร ฯลฯ ชักจะกลายเป็นรูปแบบที่คลับคล้ายคลับคลากับบ้านอื่นเมืองอื่น (เช่นร้านกิ๊บเก๋ไฉไลอย่างในเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯบ้านเรา) หรือเราคิดไปเองนะ? (ถ้าเราได้ไปเยือนเมืองเก่าแห่งนี้ตั้งแต่เมือสิบปีก่อน เราจะรักมันเหมือนอย่างที่รู้สึกตอนนี้ไหม หรือเราชอบเมืองนี้เพราะมันโดนแปรรูปไปแล้วกันแน่หนอ)
เอารูปมาตรฐานมาแปะไว้ก่อน ถ่ายไว้เยอะจนเลือกไม่ถูก (ไม่สวยซักรูป ว๊ากกกก) วัดวาอาราม(และผับบาร์ เอ๊ย ร้านรวงต่างๆ)ที่คาดว่าจะไปเดินยลดูเองก็มีอันเป็นหมันตามเคย รอคราวหน้าไปเอง จะได้เดินอืดๆ ดูนานๆ ได้สมใจอยาก(และอาจเบื่อเอียนไปเลย) ทริปนี้ฟ้าใสดีแท้ หลายรูปเลยได้พื้นหลังเลยงามหยดย้อย แต่ถ้าเจอย้อนแสงก็แจ็คพ็อตไป เพราะสีจะซีดเป็นไก่ต้มเลย ขอโทษว่าเลนส์ห่วยได้ไหม เพราะไม่อยากยอมรับความจริงว่าถ่ายไม่สวย
ก่อนกลับเข้าเมืองไทยที่หนองคาย ได้ค้างเวียงจันท์หนึ่งคืน เป็นเมืองที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย วัดเยอะมากจนตะลึงตะลาน แค่นั่งรถผ่าน ก็นับไม่หวาดไม่ไหว (เห็นไม่ต่ำกว่าสิบวัด ขนาบข้างซ้ายขวาทุกๆ 5 เมตรก็ว่าได้) เท่าที่เห็น มีร้านรวง ร้านอาหาร ร้านกาแฟน่านั่งนิ่งพิงหลัง(หลับ)อยู่เหมือนกัน แถมด้วยตึกเก่าๆอีกหลายหลัง แต่ขี้เกียจยกกล้องถ่ายรูป (ไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง ต้องทำใจ) สงสัยว่าคราวหน้าเราจะไปหลวงพระบางผ่านทางเวียงจันท์อีกแน่เลย ไปนอนตรอกข้าวสาร (วังเวียง) สักคืน หรือไม่ก็แยกเป็นคนละทริปไปเลย
คำสำคัญ: พลาดไม่ได้ ทริปนี้คุณป้าดวงเดือน บุนยาวงน่ารักมาก (แต่จริงๆ อายุอ่อนกว่าพ่อแม่เราเน้อ) รวมถึงคุณป้าดารา พี่ปุ๊ ปุ้ย และสมาชิกครอบครัวคุณป้าทุกคน ถือเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวครั้งนี้เลยล่ะ และอีกท่านที่จะต้องกล่าวถึงคืออาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ที่เราเรียกเองจนติดปากว่าลุงส. แต่พอเจอตัวจริงของท่าน ดันไม่กล้าเรียก) ซึ่งมาพร้อมครอบครัวสุขสันต์ (คุณป้านิลกับมิ่ง) เอ จะว่าไปแล้ว สมาชิกร่วมทริปทุกคนก็น่ารัก เฮฮาร่าเริงและครื้นเครงกันมาก และพี่ๆทีมงานก็ทำงานกันตัวเป็นเกลียว (จนน็อตแทบจะหลุดก็หลายคราว) ถึงจะขลุกขลักไปบ้าง แต่สนุกจัง ขอบคุณทุกๆ คนไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลยเน้อ
No comments:
Post a Comment