มาตามคำเรียกร้อง (บ้ายอ)
Sunday, January 7, 2007
Monday, January 1, 2007
Lao, My Love (?) Ver.1
จั่วหัวชวนงงเล่นๆ ว่าเป็นที่รักแน่รึเปล่า ตอนนี้รักแค่หลวงพระบาง รองมาก็เวียงจันท์ ส่วนแถวๆ เชียงขวาง หนาวจนรักไม่ลง ...... แต่หมู่ดาวที่บ่อน้ำพุร้อนแห่งเมืองคำสวยมาก เยอะจริงๆ ตาเปล่ามองดูก็ว่าเยอะแล้ว ถ่ายรูปมาได้เยอะกว่าอีก (เฮ้ย เราต้องตัดแว่นใหม่รึเปล่าวะเนี่ย???? รู้สึกตาถั่วๆ ไงพิกล) เอ่อ หวังว่าจะไม่ใช่จุดน้อยส์นะ (5555 เสียงหัวเราะอันขื่นขม) เป็นค่ำคืนอันหนาวเหน็บ (จนอยากเหน็บแฟนหนีบติดไปด้วย แต่ดันไม่มี โฮ.... มือเลยเป็นเหน็บชาแทน เพราะมันหนาวโคตร ฮ่วย กรูอยากจะบร้าาาา) ดีใจจนอยากร้องไห้ เพราะไปมากี่ทริปๆ แห้วตอนดูดาวเรื่อยเลย พอมาคราวนี้ มีโอกาสได้ดู ดันหนาวจนทนดูนานๆ ไม่ไหว เฮ้ออออออ น้องดาววววววว

ย้อนไปหลวงพระบางอีกครั้ง คราวนี้ได้ไปน้ำตกตาดแส้ ไม่ค่อยนึกอยากไป แต่กลายเป็นว่าได้ภาพสวยๆ มาหลายรูป แถมมีเหตุการณ์ระทึกขวัญด้วย คำบรรยายประกอบรูปแรก นางแบบคือคุณป้าดวงเดือนผู้น่ารัก ลุยน้ำเก็บสาหร่ายที่กลายเป็นไคแผ่น อาหารโปรดของแทบทุกคนในทริปนี้ ภาพต่อไป คือสายน้ำสีสวย เต็มไปด้วยสาหร่ายน่าอร่อย มามะ มาให้กินเสียดีๆ
ย้อนไปหลวงพระบางอีกครั้ง คราวนี้ได้ไปน้ำตกตาดแส้ ไม่ค่อยนึกอยากไป แต่กลายเป็นว่าได้ภาพสวยๆ มาหลายรูป แถมมีเหตุการณ์ระทึกขวัญด้วย คำบรรยายประกอบรูปแรก นางแบบคือคุณป้าดวงเดือนผู้น่ารัก ลุยน้ำเก็บสาหร่ายที่กลายเป็นไคแผ่น อาหารโปรดของแทบทุกคนในทริปนี้ ภาพต่อไป คือสายน้ำสีสวย เต็มไปด้วยสาหร่ายน่าอร่อย มามะ มาให้กินเสียดีๆ
ลาวที่รัก
เที่ยวลาว (เหนือ) ครั้งที่สอง วนเวียนกับสถานที่เดิมๆ (เกือบทั้งหมด) นั่นคือ ไปเมืองหลวงพระบาง ในแขวงชื่อเดียวกัน จากนั้นไปต่อเมืองโพนสะหวัน เมืองคำในแขวงเชียงขวาง และสิ้นสุดที่นครเวียงจันท์ ยังไม่แน่ใจว่าสะกดยังไงกันแน่ระหว่าง เวียงจันทน์ กับ เวียงจันท์ หรืออาจจะผิดทั้งคู่ อาจมีเมืองอื่นๆ ที่เป็นทางผ่านอีก แต่ไม่รู้ก็เป็นได้

หลวงพระบาง.... เมืองเล็กๆ น่ารัก ตอนนี้มันดูเจริญมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก มีการก่อสร้างตึกรามเพิ่มเติม ก็ได้แต่หวังว่าคำว่า "เมืองมรดกโลก" ที่ค้ำคอไว้ จะช่วยให้เมืองนี้ไม่แปรเปลี่ยนไปเจริญในทางวัตถุยิ่งกว่านี้ สารพันร้านรวง บาร์เหล้า ร้านอาหาร ฯลฯ ชักจะกลายเป็นรูปแบบที่คลับคล้ายคลับคลากับบ้านอื่นเมืองอื่น (เช่นร้านกิ๊บเก๋ไฉไลอย่างในเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯบ้านเรา) หรือเราคิดไปเองนะ? (ถ้าเราได้ไปเยือนเมืองเก่าแห่งนี้ตั้งแต่เมือสิบปีก่อน เราจะรักมันเหมือนอย่างที่รู้สึกตอนนี้ไหม หรือเราชอบเมืองนี้เพราะมันโดนแปรรูปไปแล้วกันแน่หนอ)
เอารูปมาตรฐานมาแปะไว้ก่อน ถ่ายไว้เยอะจนเลือกไม่ถูก (ไม่สวยซักรูป ว๊ากกกก) วัดวาอาราม(และผับบาร์ เอ๊ย ร้านรวงต่างๆ)ที่คาดว่าจะไปเดินยลดูเองก็มีอันเป็นหมันตามเคย รอคราวหน้าไปเอง จะได้เดินอืดๆ ดูนานๆ ได้สมใจอยาก(และอาจเบื่อเอียนไปเลย) ทริปนี้ฟ้าใสดีแท้ หลายรูปเลยได้พื้นหลังเลยงามหยดย้อย แต่ถ้าเจอย้อนแสงก็แจ็คพ็อตไป เพราะสีจะซีดเป็นไก่ต้มเลย ขอโทษว่าเลนส์ห่วยได้ไหม เพราะไม่อยากยอมรับความจริงว่าถ่ายไม่สวย
ก่อนกลับเข้าเมืองไทยที่หนองคาย ได้ค้างเวียงจันท์หนึ่งคืน เป็นเมืองที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย วัดเยอะมากจนตะลึงตะลาน แค่นั่งรถผ่าน ก็นับไม่หวาดไม่ไหว (เห็นไม่ต่ำกว่าสิบวัด ขนาบข้างซ้ายขวาทุกๆ 5 เมตรก็ว่าได้) เท่าที่เห็น มีร้านรวง ร้านอาหาร ร้านกาแฟน่านั่งนิ่งพิงหลัง(หลับ)อยู่เหมือนกัน แถมด้วยตึกเก่าๆอีกหลายหลัง แต่ขี้เกียจยกกล้องถ่ายรูป (ไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง ต้องทำใจ) สงสัยว่าคราวหน้าเราจะไปหลวงพระบางผ่านทางเวียงจันท์อีกแน่เลย ไปนอนตรอกข้าวสาร (วังเวียง) สักคืน หรือไม่ก็แยกเป็นคนละทริปไปเลย
คำสำคัญ: พลาดไม่ได้ ทริปนี้คุณป้าดวงเดือน บุนยาวงน่ารักมาก (แต่จริงๆ อายุอ่อนกว่าพ่อแม่เราเน้อ) รวมถึงคุณป้าดารา พี่ปุ๊ ปุ้ย และสมาชิกครอบครัวคุณป้าทุกคน ถือเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวครั้งนี้เลยล่ะ และอีกท่านที่จะต้องกล่าวถึงคืออาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ที่เราเรียกเองจนติดปากว่าลุงส. แต่พอเจอตัวจริงของท่าน ดันไม่กล้าเรียก) ซึ่งมาพร้อมครอบครัวสุขสันต์ (คุณป้านิลกับมิ่ง) เอ จะว่าไปแล้ว สมาชิกร่วมทริปทุกคนก็น่ารัก เฮฮาร่าเริงและครื้นเครงกันมาก และพี่ๆทีมงานก็ทำงานกันตัวเป็นเกลียว (จนน็อตแทบจะหลุดก็หลายคราว) ถึงจะขลุกขลักไปบ้าง แต่สนุกจัง ขอบคุณทุกๆ คนไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลยเน้อ
หลวงพระบาง.... เมืองเล็กๆ น่ารัก ตอนนี้มันดูเจริญมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก มีการก่อสร้างตึกรามเพิ่มเติม ก็ได้แต่หวังว่าคำว่า "เมืองมรดกโลก" ที่ค้ำคอไว้ จะช่วยให้เมืองนี้ไม่แปรเปลี่ยนไปเจริญในทางวัตถุยิ่งกว่านี้ สารพันร้านรวง บาร์เหล้า ร้านอาหาร ฯลฯ ชักจะกลายเป็นรูปแบบที่คลับคล้ายคลับคลากับบ้านอื่นเมืองอื่น (เช่นร้านกิ๊บเก๋ไฉไลอย่างในเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯบ้านเรา) หรือเราคิดไปเองนะ? (ถ้าเราได้ไปเยือนเมืองเก่าแห่งนี้ตั้งแต่เมือสิบปีก่อน เราจะรักมันเหมือนอย่างที่รู้สึกตอนนี้ไหม หรือเราชอบเมืองนี้เพราะมันโดนแปรรูปไปแล้วกันแน่หนอ)
เอารูปมาตรฐานมาแปะไว้ก่อน ถ่ายไว้เยอะจนเลือกไม่ถูก (ไม่สวยซักรูป ว๊ากกกก) วัดวาอาราม(และผับบาร์ เอ๊ย ร้านรวงต่างๆ)ที่คาดว่าจะไปเดินยลดูเองก็มีอันเป็นหมันตามเคย รอคราวหน้าไปเอง จะได้เดินอืดๆ ดูนานๆ ได้สมใจอยาก(และอาจเบื่อเอียนไปเลย) ทริปนี้ฟ้าใสดีแท้ หลายรูปเลยได้พื้นหลังเลยงามหยดย้อย แต่ถ้าเจอย้อนแสงก็แจ็คพ็อตไป เพราะสีจะซีดเป็นไก่ต้มเลย ขอโทษว่าเลนส์ห่วยได้ไหม เพราะไม่อยากยอมรับความจริงว่าถ่ายไม่สวย
ก่อนกลับเข้าเมืองไทยที่หนองคาย ได้ค้างเวียงจันท์หนึ่งคืน เป็นเมืองที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย วัดเยอะมากจนตะลึงตะลาน แค่นั่งรถผ่าน ก็นับไม่หวาดไม่ไหว (เห็นไม่ต่ำกว่าสิบวัด ขนาบข้างซ้ายขวาทุกๆ 5 เมตรก็ว่าได้) เท่าที่เห็น มีร้านรวง ร้านอาหาร ร้านกาแฟน่านั่งนิ่งพิงหลัง(หลับ)อยู่เหมือนกัน แถมด้วยตึกเก่าๆอีกหลายหลัง แต่ขี้เกียจยกกล้องถ่ายรูป (ไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง ต้องทำใจ) สงสัยว่าคราวหน้าเราจะไปหลวงพระบางผ่านทางเวียงจันท์อีกแน่เลย ไปนอนตรอกข้าวสาร (วังเวียง) สักคืน หรือไม่ก็แยกเป็นคนละทริปไปเลย
คำสำคัญ: พลาดไม่ได้ ทริปนี้คุณป้าดวงเดือน บุนยาวงน่ารักมาก (แต่จริงๆ อายุอ่อนกว่าพ่อแม่เราเน้อ) รวมถึงคุณป้าดารา พี่ปุ๊ ปุ้ย และสมาชิกครอบครัวคุณป้าทุกคน ถือเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวครั้งนี้เลยล่ะ และอีกท่านที่จะต้องกล่าวถึงคืออาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ที่เราเรียกเองจนติดปากว่าลุงส. แต่พอเจอตัวจริงของท่าน ดันไม่กล้าเรียก) ซึ่งมาพร้อมครอบครัวสุขสันต์ (คุณป้านิลกับมิ่ง) เอ จะว่าไปแล้ว สมาชิกร่วมทริปทุกคนก็น่ารัก เฮฮาร่าเริงและครื้นเครงกันมาก และพี่ๆทีมงานก็ทำงานกันตัวเป็นเกลียว (จนน็อตแทบจะหลุดก็หลายคราว) ถึงจะขลุกขลักไปบ้าง แต่สนุกจัง ขอบคุณทุกๆ คนไว้ ณ ที่นี้ด้วยเลยเน้อ
Subscribe to:
Posts (Atom)
